วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563

แปลเพลง Speechless - Naomi Scott

Here comes a wave meant to wash me away

A tide that is taking me underSwallowed in sand, left with nothing to sayMy voice drowned out in the thunderคลื่นซัดเข้ามาเหมือนจะชะล้างฉันออกไปกระแสน้ำดึงฉันให้จมลงถูกฝั่งอยู่ในทราย ไม่มีอะไรที่จะพูดได้เลยเสียงของฉันถูกกลื่นไปกับเสียงสายฟ้าร้อง

But I won't cryAnd I won't start to crumbleWhenever they tryTo shut me or cut me downแต่ฉันจะไม่ร้องไห้หรอกฉันจะไม่เริ่มเสียขวัญไม่ว่าเราจะพยายามทำเพื่อทำให้ฉันล้มลงก็ตาม

I won't be silencedYou can't keep me quietWon't tremble when you try itAll I know is I won't go speechlessฉันจะไม่นิ่งเฉยคุณทำให้ฉันเงียบไม่ได้หรอกจะตัวสั่นเมื่อคุณท้าทายทั้งหมดที่ฉันรู้คือคุณทำให้ฉันพูดไม่ออกไม่ได้หรอก

'Cause I'll breathe
When they try to suffocate meDon't you underestimate me'Cause I know that I won't go speechlessเพราะฉันจะหายใจต่อไปตอนพวกเขาพยายามทำฉันให้หายใจไม่ออกอย่าประมาณต่ำฉันต่ำไปเพราะฉันรู้ว่าฉันจะไม่มีทางหยุดพูดหรอก

Written in stoneEvery rule, every wordCenturies old and unbending"Stay in your place""Better seen and not heard"But now that story is endingเขียนไว้ที่ก้อนหินกฏทุกข้อ ทุกๆคำมานานหลายศตวรรษและจะไม่ยอมหยุด"ยืนหยัดอยู่ในที่ของคุณไว้""ออกไปมองดีกว่ามารับฟัง"แต่ตอนนี้เรื่องราวจบลงแล้ว

'Cause I
I cannot start to crumble
So come on and try
Try to shut me and cut me down
เพราะฉัน
ฉันจะไม่เริ่มหวาดกลัวหรอก
เพราะงั้นเข้ามาเลยสิ
พยายามทำให้ฉันล้มลง

I won't be silenced
You can't keep me quiet
Won't tremble when you try it
All I know is I won't go speechless
Speechless
ฉันจะไม่นิ่งเฉย
คุณทำให้ฉันเงียบไม่ได้หรอก
จะตัวสั่นเมื่อคุณท้าทาย
ทั้งหมดที่ฉันรู้คือคุณทำให้ฉันพูดไม่ออกไม่ได้หรอก
หมดคำจะพูด

Let the storm in
I cannot be broken
No, I won't live unspoken
'Cause I know that I won't go speechless
ปล่อยให้พายุโถมเข้ามา
ฉันจะไม่พังทลายไปหรอก
ไม่ ฉันจะไม่อยู่แบบไม่มีปากมีเสียง
เพราะฉันรู้ว่าฉันจะไม่มีทางหยุดพูดหรอก

Try to lock me in this cage
I won't just lay me down and die
I will take these broken wings
And watch me burn across the sky
Hear the echo saying...
พยายามจะขังฉันไว้ในกรง
ฉันจะไม่ปล่อยให้ตัวเองนอนรอความตายเฉยๆ
ฉันจะหยิบปีกหักๆนั้นขึ้นมา
และมองดูฉันเปล่งประกายผ่านท้องฟ้าไป
ได้ยินเสียงสะท้อนนั้นไหม

I won't be silenced
Though you wanna see me tremble when you try it
All I know is I won't go speechless
Speechless
ฉันจะไม่นิ่งเฉย
แม้คุณอยากจะเห็นฉันตัวสั่นเมื่อคุณพยายามท้าทาย
ทั้งหมดที่ฉันรู้คือคุณทำให้ฉันพูดไม่ออกไม่ได้หรอก

'Cause I'll breathe
When they try to suffocate me
Don't you underestimate me
'Cause I know that I won't go speechless
All I know is I won't go speechless
Speechless
เพราะฉันจะหายใจต่อไป
ตอนพวกเขาพยายามทำฉันให้หายใจไม่ออก
อย่าประมาณต่ำฉันต่ำไป
เพราะฉันรู้ว่าฉันจะไม่มีทางหยุดพูดหรอก
ทั้งหมดที่ฉันรู้คือคุณทำให้ฉันพูดไม่ออกไม่ได้หรอก




เนื้อเพลง A Whole New World พร้อมคำแปล

[ZAYN]
I can show you the world: shining, shimmering, splendid
Tell me, princess, now when did you last let your heart decide?
I can open your eyes, take you wonder by wonder
Over, sideways, and under on a magic carpet ride
ผมสามารถโชว์ให้คุณเห็นถึงโลกที่ส่องแสงประกายสวยงาม
บอกผมสิ เจ้าหญิง ว่าคุณปล่อยให้หัวใจได้ตัดสินครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
ผมจะเปิดตาของคุณ ทำให้คุณรู้สึกอัศจรรย์ใจด้วยสิ่งอัศจรรย์ใจ
ด้วยทุกอย่างทุกทิศทางรอบตัวและใต้พรมวิเศษที่เรานั่งอยู่นี้

[ZAYN & Zhavia Ward]
A whole new world, a new fantastic point of view
No one to tell us "no," or where to go
Or say we're only dreaming
A whole new world, a dazzling place I never knew
But when I’m way up here, it's crystal clear
That now I'm in a whole new world with you
Now I’m in a whole new world with you
เหมือนโลกใบใหม่ทั้งใบ ในมุมมองที่ช่างตื่นตาตื่นใจ
ไม่มีใครจะมาบอกเราว่า 'ไม่' หรือต้องไปที่ไหน
หรือบอกว่าเราแค่กำลังฝันไป
เหมือนโลกใบใหม่ทั้งใบ สถานที่สวยงามที่ฉันไม่เคยรู้จัก
แต่เมื่อฉันได้อยู่ข้างบนนี้ มันช่างชัดเจน
ว่าตอนนี้ฉันได้อยู่ในโลกใบใหม่ทั้งใบกับคุณ
ตอนนี้ฉันได้ อยู่ในโลกใบใหม่ทั้งใบกับคุณ

[Zhavia Ward]
Unbelievable sights, indescribable feeling
Soaring, tumbling, freewheeling
Through an endless diamond sky
แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้
ทะยานขึ้นไปแล้วตีลังกา อย่างอิสระเสรี
ผ่านท้องฟ้าไม่สิ้นสุดที่แพรวพราวราวกับเพชร

[ Zhavia Ward, ZAYN, & Both]
A whole new world (Don't you dare close your eyes)
A hundred thousand things to see (Hold your breath; it gets better)
I'm like a shooting star, I've come so far
I can't go back to where I used to be
A whole new world, with new horizons to pursue
I'll chase them anywhere, there's time to spare
Let me share this whole new world with you
เหมือนโลกใบใหม่ทั้งใบ (คุณกล้าที่จะหลับตาลงไหม)
มีสิ่งต่างๆนับแสนให้มอง (อดใจไว้ มันจะดีกว่านี้อีก)
ฉันรู้สึกเหมือนกับดาวตกเลย ฉันมาไกลเหลือเกิน
ฉันไม่อาจกลับไปสู่ที่ๆฉันเคยอยู่ได้แล้ว
โลกใบใหม่ทั้งใบ กับเส้นขอบฟ้าแสนไกลให้มุ่งไป
ฉันจะไล่ตามมันไปไม่ว่าอย่างไง นี้คือช่วงเวลาที่จะใช้ไป 
ขอให้ฉันได้แบ่งบันโลกใบใหม่นี้กับคุณ
[ Zhavia Ward, ZAYN, & Both]
A whole new world (A whole new world)
A new fantastic point of view
No one to tell us "no," or where to go
Or say we're only dreaming
A whole new world (Every turn, a surprise)
With new horizons to pursue (Every moment, red-letter)
I’ll chase them anywhere, there’s time to spare
Anywhere, ooh, ooh (There's time to spare)
Let me share this whole new world with you
เหมือนโลกใบใหม่ทั้งใบ (โลกใบใหม่ทั้งใบ)
ในมุมมองที่ช่างตื่นตาตื่นใจ
ไม่มีใครจะมาบอกเราว่า 'ไม่' หรือต้องไปที่ไหน
หรือบอกว่าเราแค่กำลังฝันไป
เหมือนโลกใบใหม่ทั้งใบ (ทุกอย่างเปลี่ยนไปจนน่าประหลาด)
สถานที่สวยงามที่ฉันไม่เคยรู้จัก (ทุกช่วงเวลา ราวกับเป็นโอกาศพิเศษ)
ฉันจะไล่ตามมันไปไม่ว่าอย่างไง นี้คือช่วงเวลาที่จะใช้ไป
ไม่ว่าอย่างไง (นี้คือช่วงเวลาที่จะได้ใช้ไป)
ขอให้ฉันได้แบ่งบันโลกใบใหม่นี้กับคุณ

[Zhavia Ward, ZAYN, & Both]
A whole new world (A whole new world)
That’s where we'll be (That's where we'll be)
A thrilling chase (A wondrous place)
For you and me
โลกใบใหม่ทั้งใบ (โลกใบใหม่ทั้งใบ)
นั้นคือที่ๆเรากำลังอยู่ (นั้นคือที่ๆเรากำลังอยู่)
การเดินทางที่น่าตื่นเต้น (สถานที่มหัศจรรย์)
ของคุณกับผม

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2563

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวรูปทรงเรขาคณิต

Square : [สแควร์]

หมายถึง สี่เหลี่ยมจัตุรัส
Rectangle : [เรค’แทงเกิล]
หมายถึง สี่เหลี่ยมผืนผ้า
Oval : [โอ’เวิล]
หมายถึง รูปกลมรี
Circle : [เซอ’คลิท]
หมายถึง วงกลม
Semi-circle : [เซมมิเซอ’เคิล]
หมายถึง รูปครึ่งวงกลม
Triangle : [ไทร’แองเกิล]
หมายถึง สามเหลี่ยม
Pentagon : [เพน’ทะกอน]
หมายถึง รูปห้าเหลี่ยม
Heptagon : [เฮป’ทากอน]
หมายถึง รูปเจ็ดเหลี่ยม
Hexagon : [ฮกซะกอน]
หมายถึง รูปหกเหลี่ยม
Octagon : [ออค’ทะเกิน]
หมายถึง รูปแปดเหลี่ยม
Spiral : [สไพ’เริล]
หมายถึง เกลียว
Cube : [คิวบ์]
หมายถึง ลูกบาศก์
Sphere : [สเฟียร์]
หมายถึง รูปทรงกลม
Hemisphere : [เฮม’มิสเฟียร์]
หมายถึง ครึ่งทรงกลม
Cylinder : [ซิล’ลินเดอร์]
หมายถึง รูปทรงกระบอก
Pyramid : [เพอ’ ระมิด]
หมายถึง ปิรามิด,รูปกรวยเหลี่ยม
Prism : [พริส’ซึม]
หมายถึง ปริซึม
Cone : [โคน]
หมายถึง กรวย
**************************************

15 วลีภาษาอังกฤษแทนคำว่า "ฝันดี"

มาเรียนคำศัพท์, วลี, และประโยคภาษาอังกฤษแทนคำว่า ฝันดี กันว่าดราจะพูดได้กี่แบบ เลือกเอาไปใช้ได้เลยนะคะ
  1. Good night ฝีนดีนะ
  2. Nite-nite  ฝีนดีนะ
  3. Nighty night ฝีนดีนะ
  4. Sleep well นอนหลับให้สบาย
  5. Lights out! ได้เวลาปิดไฟแล้ว
  6. Time to hit the pillow ได้เวลาหนุนหมอนแล้ว
  7. Have a good sleep ขอให้หลับให้สบายค่ะ
  8. Until tomorrow แล้วค่อยว่ากันพรุ่งนี้
  9. See you in the morning! เจอกันตอนเช้านะ
  10. Sweet dreams! ฝันดีนะ
  11. I’ll be dreaming of you! ฉันจะฝันถึงคุณ
  12. See you in my dreams เจอกันในฝัน
  13. Dream about me! ฝันถึงฉันด้วยนะ 
  14. Sleep tight!  นอนหลับให้สนิทนะ
  15. Sleep tight don’t let the bedbugs bite!

รู้ไว้ก่อนสอบ O-NET !!

O-NET คืออะไร ?
     คำว่า O-NET ย่อมาจากคำภาษาอังกฤษ Ordinary National Education Test คือ การทดสอบทางการศึกษาในระดับชาติขั้นพื้นฐาน ซึ่งจัดสอบโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)

ทำไมเราต้องสอบ O-Net?
1. วัดระดับความรู้ขั้นพื้นฐาน
2. สอบเพียงครั้งเดียวในชีวิต ป.6 ม.3 และ ม.6
3. คะแนน O-NET จำเป็นต้องใช้ในสมัครเรียน
4. ช่วยโรงเรียนด้วยการสอบ O-NET

วิชาสอบของนักเรียน ม.3
คณิตศาสตร์
ภาษาไทย
วิทยาศาสตร์
ภาษาอังกฤษ


โครงสร้างข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
ข้อสอบแบบเลือกตอบ 50 ข้อ 100 คะแนน (ข้อละ 2 คะแนน) แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่                                  ส่วนที่ 1 Reading and Speaking  18 ข้อ                                                                                                    ส่วนที่ 2 Reading 18 ข้อ                                                                                                                                   ส่วนที่ 3 Writing 14 ข้อ


วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559

8 องค์ประกอบของเรซูเม่ที่ดี

HR ใช้เวลาโดยเฉลี่ยเพียง 6 วินาทีเท่านั้นในการมองหาความน่าสนใจจากเรซูเม่ของผู้สมัครงาน วิธีที่คุณจะเรียกความสนใจจาก HR ได้ก็คือ ทำให้เรซูเม่ของคุณเป็นเรซูเม่ที่ดีในสายตานายจ้าง ซึ่งมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้
1. ใส่เบอร์โทรศัพท์และอีเมลที่ติดต่อได้เพียงอันเดียวเท่านั้น
          ใส่เบอร์มือถือและอีเมลที่คุณใช้เป็นประจำเพียงหนึ่งเบอร์และหนึ่งอีเมลเท่านั้นที่ด้านบนของเรซูเม่ เพื่อให้นายจ้างเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อต้องการติดต่อนัดสัมภาษณ์งาน และเพื่อให้คุณไม่พลาดการติดต่อหากนายจ้างโทรไปอีกเบอร์ที่คุณไม่ได้ใช้หรืออีเมลที่คุณไม่ได้เช็คอยู่ตลอด
2. ไม่จำเป็นต้องใส่ Career Objective หากมันไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อบริษัท
          การเขียน Career Objective ประมาณว่า “ต้องการประสบการณ์ในสายงาน หรือโอกาสในการพัฒนาทักษะความสามารถ” ไม่ได้ทำให้คุณดูน่าสนใจมากขึ้น ควรตัดมันทิ้ง เพื่อที่คุณจะมีพื้นที่สำหรับโชว์จุดเด่นอย่างอื่นดีกว่า
3. ใส่ Executive Summary แทน Career Objective
          การเขียน Executive Summary เป็นการสรุปโดยย่อเกี่ยวกับตัวคุณ อาทิ จุดเด่น คุณสมบัติ และคุณค่าที่คุณมีต่อบริษัท ประมาณ 3 – 5 ข้อ เพื่อให้นายจ้างรู้จักคุณมากขึ้น
4. ใช้คีย์เวิร์ดเดียวกับที่ระบุในประกาศงาน
          คีย์เวิร์ดที่ระบุในประกาศงานคือคุณสมบัติที่นายจ้างต้องการ คุณจึงควรใช้ คีย์เวิร์ดในเรซูเม่ของคุณให้ตรงกับคีย์เวิร์ดในประกาศงานด้วย เมื่อ HR กวาดตาดูเรซูเม่ของคุณก็จะสะดุดกับคีย์เวิร์ดที่ตรงกับความต้องการของเขาในทันที
5. ให้ข้อมูลบริษัทที่คุณเคยทำงาน
          การที่นายจ้างได้รู้ว่า คุณเคยทำงานในอุตสาหกรรมใด บริษัทขนาดใหญ่หรือเล็กมาก่อน จะช่วยทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้น หากคุณต่อยอดในอุตสาหกรรมเดียวกัน อย่าลืมที่จะบอกให้นายจ้างรู้ แต่หากคุณต้องการเปลี่ยนงานไปยังอุตสาหกรรมอื่น อาจเลือกที่จะโฟกัสที่ขนาดของบริษัทแทน
6. ระบุความสำเร็จเป็นข้อ ๆ
          ด้านล่างของประสบการณ์การทำงานในแต่ละที่ ควรบรรยายถึงความสำเร็จที่คุณได้ทำให้กับทีมหรือบริษัทที่ผ่านมา โดยเริ่มจากผลที่ได้ แล้วจึงตามด้วยวิธีการได้มาซื่งผลนั้น เช่น เพิ่มยอดขาย 40% ต่อเดือนโดยการ…” ความยาวประมาณ 2 – 5 ข้อ
7. ประวัติการศึกษาเอาไว้ท้ายสุด
เรซูเม่ที่ดี          หากคุณไม่ใช่นักศึกษาจบใหม่ ควรเน้นที่ประสบการณ์การทำงานเป็นหลัก ส่วนประวัติการศึกษาควรย้ายไปไว้ตอนท้ายของเรซูเม่ และไม่จำเป็นต้องใส่ประวัติการศึกษาระดับมัธยมลงไป
8. ไม่ระบุ “references upon request”
          HR รู้ดีอยู่แล้วว่า ผู้สมัครจะให้ข้อมูลบุคคลอ้างอิงก็ต่อเมื่อ HR ร้องขอ จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องใส่ประโยคนี้ลงไปในเรซูเม่ของคุณ อย่าลืมว่า พื้นที่เรซูเม่ของคุณมีค่ามากกว่าจะเสียไปกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ใด ๆ

เกร็ดความรู้การเลือกใช้นวม


เกร็ดความรู้การเลือกใช้นวม

เวลาเลือกนวม ไม่ได้เลือกตามน้ำหนักตัวนะครับ การเลือกซื้อนวมต้องเลือกตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
ถ้านำไปลงนวม ควรใส่ 16 oz ขึ้นไป และควรเลือกซื้อนวมที่ดีไซน์มาสำหรับการลงนวมค่ะ
เช่น มีล็อกนิ้ว กันนิ้วโป้งซ้นเวลาชกแรงๆ นวมหัวจะป้านๆ เพื่อกระจายแรง ฟองน้ำด้านในจะหนาและค่อนข้างนิ่ม นวมทรงจะยาวๆเลยข้อมือไปนิดนึง เพื่อปกป้องมากขึ้น ถ้าร้านที่คนขายมีความรู้สามารถบอกเค้าไปเลยว่ามาซื้อนวมสำหรับ sparring หรือลงนวมซ้อม เวลาลงนวมควรใส่ เฮดการ์ด กระจับ สนับแข้ง และฟันยางด้วยค่ะ นวมสำหรับลงนวมสังเกตดู ส่วนใหญ่ไม่มี 8oz กับ 10 oz ครับ เริ่มที่ 12 oz
เพราะยัดฟองน้ำเข้าไปเยอะเพื่อความปลอดภัย ผู้ผลิตส่วนใหญ่ทำน้ำหนักต่ำกว่า 12 oz ยากค่ะ
 
และที่ควรจะทำความเข้าใจไว้ก็คือ
นวม 8oz 10 oz 12 oz โดยมากเป็นนวมสำหรับซ้อมทั่วไป เพราะขนาดกำลังดี ใช้ง่าย ค่อนข้างอเนกประสงค์ เลือกเอาตามถนัดค่ะ เวลาเลือกนวมควรจะลองใส่หลังจากพันมือด้วยผ้าพันมือค่ะ
ถ้า 6 oz โดยมากค่อนข้างเล็กเหมาะกับเด็ก
 
ถ้าไปแข่ง เค้าจะใช้นวม 6oz 8oz 10oz เป็นส่วนใหญ่ค่ะ และโดยมากจะเป็นนวมเชือก จะตัวใหญ่ตัวเล็ก จะหญิงหรือจะชาย ก็ต้องใส่นวมขนาดดังว่าค่ะ ตามกฎของการแข่งขัน
 
 
โดยมากใช้สำหรับลงนวมเป็นหลัก หรือพวกที่ต้องการปรับ speed หมัด โดยการสวมนวมหนักๆเวลาซ้อม จะตัวใหญ่ตัวเล็ก จะหญิงหรือชาย ก็ควรใส่นวมขนาดดังที่ว่า ถ้าไม่อยากให้คู่ซ้อมบาดเจ็บ
ดังนั้นไม่เกี่ยวกับขนาดตัว หรือขนาดมือนะครับ เลือกตามการใช้งาน
 
แบ็คชก เป็นนวมที่มีความปลอดภัยรองลงมา เพราะโดยมากฟองน้ำ
 
 
จะบางกว่า อาจมีแค่ขั้นเดียวหรือสองขั้น ราคาถูกกว่า ความซับซ้อนน้อยกว่า ดีไซน์มาสำหรบใช้กับกระสอบ เค้าถึงเรียกว่า Bag Gloves ก็เป็นนวมประเภทหนึ่ง แต่จะสังเกตว่า มีขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด หลายเจ้าไม่ได้เรียกเป็นออนซ์ แต่เรียกเป็น M, L, XL ค่ะ นวมแกรปปิ้งไว้ใช้กับ MMA เท่านั้นค่ะ
 
 
ตอนนี้ก็เห็นมีคนซื้อนวมแกรปปิ้งไปซ้อมกับกระสอบ ไปซ้อมมวยไทย เอาแบ็คชกไปซ้อมล่อเป้า
เอานวมเล็กไปลงนวมซ้อม เอานวม sparring ไปซ้อมกับกระสอบ ไปซ้อมล่อเป้า  ไม่มีหลักเกณฑ์ในการใช้ ถามว่าได้มั้ย ก็ได้ครับ เพราะปัจจุบันก็ใช้งานกันตามใจค่ะ แต่ควรเข้าใจไว้ว่า นวมแต่ละประเภท
มันมีการดีไซน์สำหรับการใช้งานแต่ละประเภทครับ เพียงแต่คนทั่วไปไม่ทราบเองมากกว่า

7 วิธีแก้สมองตันในวันที่งานไม่เดิน

วิธีแก้สมองตัน
          เคยรู้สึกไหมว่า บางช่วงของชีวิตที่โดนพายุงานถาโถม โหมกระหน่ำ เดินไปทางไหนก็มีแต่คนฝากให้ทำงานนี้นิด งานโน้นหน่อย และที่หนักสุด ต้องเข้าห้องเย็นไปมีทติ้งกลั่นเอาความรู้ ความสามารถที่มีไปคิดงาน discuss ไอเดียกับเจ้านายจนหมดวัน จะเป็นช่วงที่สมองเบลอตื้อตัน คิดอะไรไม่ค่อยออก ดูเหมือนสมองรวน ๆ ไปสักพัก อันเกิดมาจากการที่ต้องเค้นสมองให้คิดให้จำทุกเรื่องอยู่ตลอดเวลา จริง ๆ ต้องบอกว่า ถ้าใครไม่เคยเป็นเลยคงเป็นคนที่โชคดีมาก หรือไม่ก็เป็นมหาเศรษฐินีที่ไม่ต้องทำงานหนักเลยจึงไม่ต้องใช้ความคิดอะไรมากมายนัก แต่โดยปกติมนุษย์ออฟฟิศ ชีวิตชิค ๆ แบบชาวเราคงหนีไม่รอดอาการสมองตันเป็นแน่ แต่ถ้าเกิดความรู้สึกแบบนั้นเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องกังวล ลองทำตาม 7 ข้อด้านล่างนี้คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาสมองเออเร่อได้แน่นอน
1. คิดไม่ออกต้องเรียงลำดับความคิด
          เวลาคิดอะไรไม่ออก สมองมันตีบมันตัน อาจเป็นเพราะวิธีคิดเราผิด หรือไม่เข้าใจโจทย์ที่ได้รับมาอย่างแท้จริง ก็ต้องทวนโจทย์ อาจจะไปถามผู้ที่สั่งงานคุณมาว่าที่เค้าต้องการจากคุณคืออะไรกันแน่ แล้วมาเรียงลำดับความคิดใหม่อีกทีว่า เอ๊ะ ต้องใช้วิธีคิดอย่างไร กลยุทธ์ไหนจึงจะตีโจทย์แตกกันแน่ สูดหายใจลึก ๆ กำหนดลมปราณ แล้วลองใหม่อีกตั้งค่ะ
2. คิดไม่ออกต้องเม้าท์มอย
          ถ้าสมองอ่อนล้ามาก คิดต่อไปไม่ไหวแล้ว ก็ขอให้หยุดคิดจะดีกว่า ฝืนต่อไปก็คงคิดไม่ออก ลองเดินออกจากโต๊ะไปเม้าท์มอยกับเพื่อนร่วมงานแถว ๆ นั้นดูบ้าง อาจเริ่มด้วยบทสนทนาทั่ว ๆ ไป เน้นเรื่องที่เบาสมองเป็นหลัก แล้วค่อยตบท้ายด้วยการถามหาไอเดียที่เกี่ยวข้อง ที่คุณอาจเอามาต่อยอดความคิดในเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ก็ไม่เสียหลาย หลายหัวช่วยกันคิด ดีกว่านั่งหมกมุ่นอยู่คนเดียวเป็นไหน ๆ อยู่แล้ว
3. คิดไม่ออกต้องออกไปหาขนมขบเคี้ยว
          เวลาใช้สมองมาก ๆ ร่างกายจะต้องการพลังงานเป็นจำนวนมาก เพื่อสังเคราะห์สารอาหารหล่อเลี้ยงสมอง บ่อยครั้งในระหว่างการประชุมที่เคร่งเครียดเรา แล้วเราได้ยินเสียงท้องร้องโครกครากจากใครบางคน หรือแม้กระทั่งของตัวเอง ถ้าคิดไม่ออกจะทนทรมานอยู่ไย รีบไปหาของมากระแทกปากไว ๆ จะมีประโยชน์กว่า เคยได้ยินมั้ยจ๊ะว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง
4. คิดไม่ออกต้องท่องเนต เล่นโซเชียล
          แหล่งรวมของการเรียนรู้ และไอเดียขนาดใหญ่สมัยนี้ คงหนีไม่พ้นอินเตอร์เนต และโซเชี่ยลมีเดียต่าง ๆ ที่มีเรื่องราวให้เราเสพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเบาสมองวาไรตี้ จนไปถึงเรื่องหนัก ๆ เปี่ยมสาระ ดังนั้นถ้าเราสมองตีบสมองตัน ก็เลื่อนเม้าท์ไปเข้าเนท หาอะไรดูผ่อนคลายให้อมยิ้ม หรือหาไอเดียต่อยอดแนวคิดที่เรากำลังคิดอยู่ก็ได้ทั้งนั้น ลองโพสท์ถามไอเดียเพื่อนในโซเชียลดูก็ได้ เผื่ออาจจะได้ความคิดสด ใหม่ แบบที่คิดไม่ถึงกันเลยทีเดียว
5. คิดไม่ออกต้องออกไปหาแรงบันดาลใจ
          ถ้า deadline งานคุณยังพอมีเวลา ลองออกไปแตะขอบฟ้าแบบที่พี่ตูน บอดี้สแลม แนะนำบ้างจะเป็นไร หลาย ๆ ครั้งการนั่งจ่อมเจ่าอยู่ที่เดิมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สมองตันเช่นกัน ลองเดินออกไปมองฟ้า มองน้ำ ไปซื้อกาแฟ หรือไปพักผ่อนนอกโต๊ะทำงาน หรือเดินออกไปนอกออฟฟิศสักพัก สมองอาจลื่นไหลขึ้น แต่อย่าไปนานจนโดนดุล่ะ ควบคุมเวลาของตัวเองให้ดีด้วย จะได้ไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง
6. คิดไม่ออกต้องออกกำลังกาย
          การออกกำลังกายได้รับการวิจัยจากหลายสถาบันมาแล้วทั่วโลกว่าทำให้เลือดสูบฉีด อะดรีนาลีนหลั่งไหล สมองแล่นไว ดังนั้นถ้าคิดไม่ออก ไอเดียฝืดเคือง หยิบรองเท้าวิ่งขึ้นมา แล้วออกวิ่งพอเหนื่อย หรือจะว่ายน้ำ โยคะ ฝึกสมาธิทำได้ทั้งนั้น เอาที่ชอบ ๆ ทำให้เหมือนประมาณว่า พักสมองไม่ต้องคิดเรื่องงานไปเลยสักชั่วโมง สองชั่วโมงแล้วไปออกกำลังกาย เชื่อสิ ไอเดียจะแล่นปรู้ดปร้าดเลยทีเดียว
7. คิดไม่ออกต้องหยุดใช้เวลากับตัวเองให้มาก
          เวลาคิดไม่ออก อย่าหมกมุ่น เวลาสมองตัน ก็ต้องพยายามทำให้สมองโล่ง ๆ อย่าไปกดดันตัวเองอะไรขนาดนั้น ยิ่งคิดวนไปวนมายิ่งคิดไม่ออก ถ้าเริ่มรู้สึกว่าใช้เวลากับอะไรนานเกินไปให้หยุดคิด แล้วหันเหความสนใจไปทำอย่างอื่นสักพักค่อยกลับมาทำต่อจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า พักสักนิด ความคิดมาแน่นอน

เขียน Resume สมัครงาน Maketing ให้โดนใจนายจ้าง

เขียนเรซูเม่สมัครงาน marketing          การเขียนเรซูเม่ภาษาอังกฤษใครว่ายากหากเรารู้เทคนิค คนหางานหลายคนรู้สึกว่าการเขียนเรซูเม่โดยเฉพาะเรซูเม่ภาษาอังกฤษด้วยแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องยากไปกันใหญ่ เพราะเราต้องนำประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ในมหาวิทยาลัย ประวัติการทำงาน ทักษะในการทำงาน และความสามารถอื่น ๆ มารวมเข้าไว้ด้วยกันในกระดาษแผ่นเดียว อีกทั้งยังต้องทำให้เรซูเม่ของเราโดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ เพื่อให้เรามีโอกาสได้งานทำมากกว่าผู้หางานคนอื่น
          งาน Marketing เป็นหนึ่งในงานยอดนิยมที่ทุกคนให้ความสนใจ และมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ผู้หางานที่ต้องการสมัครงานในสายงานการตลาดควรเตรียมความพร้อมตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็น การเขียนเรซูเม่ การเตรียมตัวตอบคำถามสัมภาษณ์งาน เป็นต้น ในสายงานการตลาด นายจ้างมักจะให้ความสำคัญกับผู้สมัครงานที่มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษมากกว่า ดังนั้น เรซูเม่สมัครงานที่จะสร้างความประทับใจนายจ้าง คือ เรซูเม่ภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ สามารถดึงดูดความสนใจของนายจ้างให้เกิดความอยากรู้เกี่ยวกับตัวผู้สมัครงานได้
          ในการหางาน การเขียนเรซูเม่ภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในการสมัครงาน Marketing จะไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป หากเรารู้จักวิธีการเขียนเรซูเม่ที่ถูกต้อง มีเทคนิคใดบ้างที่ช่วยให้เราเขียน resume ภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีโอกาสในการได้งานทำมากกว่าผู้สมัครงานคนอื่น ๆ
เขียนเรซูเม่เหมือนโปรโมทสินค้า
          ในการเขียนเรซูเม่ภาษาอังกฤษเพื่อสมัครงาน Marketing ให้นึกถึงประโยคภาษาอังกฤษที่ว่า You are the Product เพื่อให้เรานึกถึงขั้นตอนการนำเสนอตัวเองในเรซูเม่ว่าต้องเริ่มต้นอย่างไร โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเขียนแนะนำตัวเองให้เหมือนเราเป็นสินค้าหนึ่งชิ้นที่ต้องการโปรโมท เสนอข้อดีให้มีมากกว่าข้อเสีย เหมือนกับว่าเรากำลังโฆษณาสินค้าให้เป็นที่จดจำ ให้นำเทคนิคและวิธีการในการทำงาน Marketingมาใช้ในการเขียนเรซูเม่ ในฐานะที่ทำงานทางด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็น การเขียนแผนงานการตลาด การเขียนข้อความโปรโมท ตลอดจนการทำการวิจัยการตลาด ประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยให้เราเขียนเรซูม่ได้น่าสนใจมากขึ้น เพราะนายจ้างไม่เพียงแต่จะเห็นความเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ของเราเท่านั้น แต่เขายังจะได้เห็นทักษะด้านการเขียนของเราว่ามีความน่าสนใจเพียงใด
รู้ว่าเราจะเขียนให้ใครอ่าน
          ก่อนที่จะเริ่มต้นสร้างเรซูเม่ เราควรรู้ก่อนว่าเรากำลังจะเขียนเรซูเม่เพื่อสมัครงานอะไร และรูปแบบของบริษัทมีลักษณะเช่นไร บริษัทมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ เราจึงควรถามตัวเองก่อนว่าเรารู้สึกบริษัทที่เราจะไปสมัครงานมากขนาดไหน Know you audience เป็นคำถามที่จะช่วยให้เราเขียนเรซูเม่สมัครงานการตลาดได้มีเป้าหมายมากขึ้น การค้นคว้าและหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่เราจะสมัครงานจึงมีความสำคัญไม่น้อย เพราะไม่เพียงแต่เราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับบริษัทนั้น ๆ แต่เขายังจะได้รู้ด้วยว่าเรามีวิธีการที่หาข้อมูลได้น่าสนใจเพียงใด เมื่อเขาถามเราว่ารู้เกี่ยวกับบริษัทของเขามากน้อยเพียงใด
เขียนอย่างมีเป้าหมาย
          ในการเขียนเรซูเม่เพื่อสมัครงาน Marketing นั้น เราต้องสื่อสารออกไปให้ชัดเจน ตรงประเด็น โดยเริ่มต้นจากการวางเป้าหมายที่ชัดเจนในการเขียนเรซูเม่ หากนึกไม่ออกว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไร ให้นึกถึงคำว่า Make a clear strategy เพื่อช่วยให้เราวางเป้าหมายในการเขียนได้เป็นรูปธรรม หลังจากที่เรารู้แล้วว่าเราจะเขียนเรซูเม่ให้ใครอ่าน หรือรู้แล้วว่าบริษัทมีรูปแบบการทำงานอย่างไร เราก็จะต่อยอดไปสู่ความสำเร็จในการเขียนเรซูเม่ได้ง่ายขึ้น เพียงแต่เราต้องใช้การเขียนให้มีทักษะมากขึ้น ไม่ควรยึดรูปแบบเดิม ๆ จนมากเกินไป ให้นำเอาวิธีการที่เกี่ยวกับงานการตลาดมาร่วมด้วยก็จะยิ่งทำให้เรซูเม่ของเราไม่เหมือนใคร เพราะคนที่ทำงานด้านการตลาด แม้ว่าจะมีหลักการที่คล้ายกัน แต่วิธีการย่อมแตกต่างกันไปตามประสบการณ์
เขียนให้ละเอียดแต่อย่ามากเกินไป
          บางคนเข้าใจว่าการเขียนเรซูเม่นั้นต้องใส่รายละเอียดทั้งหมดที่เรามี แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเขียนเรซูเม่สมัครงานการตลาดนั้นเขียนเท่าที่จำเป็น เก็บข้อมูลได้ครบถ้วนก็เพียงพอแล้ว ให้นึกถึงประโยคภาษาอังกฤษที่กล่าวว่า This is a brochure not a catalog ดังนั้น เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความสนใจ และไม่เกิดความเบื่อหน่าย เราก็ไม่ควรเขียนเรซูเม่ให้ยาวเกินไป เพราะการเขียนตัวหนังสือลงไปหลาย ๆ ย่อหน้า จะทำให้ไม่น่าสนใจ
          หัวใจสำคัญของการเขียนเรซูเม่ คือ ความเรียบง่าย และชัดเจน ไม่ว่าจะเขียนเป็นภาษาใดก็ตาม โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การนำเสนอจุดเด่น คุณสมบัติ และความสามารถของคนหางานไปสู่นายจ้าง เพื่อให้เกิดการพิจารณาตัดสินใจว่าจะเลือกเราเข้ามาสัมภาษณ์ หรือทำการทดสอบต่อไปหรือไม่ การเขียนเรซูเม่ภาษาอังกฤษที่ดีจะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้เราได้รับการคัดเลือกจากนายจ้างเร็วขึ้น หากเรซูเม่ของเรามีความน่าสนใจมากพอ